หลังดูงานของทุกคน โฮเรีย ให้หลักในการถ่ายภาพเคลื่อนไหวด้วย iPad โดยต้องคำนึงถึงสิ่งต่างๆ ดังนี้...
1.เฟรมมิ่ง
2.ความคมชัด (ขึ้นอยู่กับ Focus)
3.ความสว่าง (ขึ้นอยู่กับ Iris หรือ Lighting)
4.เสียง
การใช้ iPad ถ่ายภาพเคลื่อนไหวยังมีข้อจำกัด เพราะถ้าแสงน้อยคุณภาพของภาพที่ถ่ายออกมาก็จะไม่ดี ดังนั้นควรเลือกถ่ายภาพเคลื่อนไหวในสถานที่ที่มีความสว่างเสมอ
1. เฟรมมิ่ง (Framing) มี กฎ 3 ข้อ (Framing Rule) ที่ต้องจดจำ คือ
1.1 Rules of Thirds หรือ กฎสามส่วน ความหมายคือ ศูนย์กลางของภาพไม่จำเป็นที่จะต้องอยู่กลางภาพเสมอไป กรณีที่ระดับสายตาเป็นศูนย์กลางของความสนใจ เหตุผลที่การถ่ายภาพจุดสนใจไมาจำเป็นต้องอยู่ตรงกลางเสมอไปเพราะมองตรงกลางจะไม่เป็นธรรมชาติ ทำไมน่ะหรอครับ (ลองเอานิ้วชี้มาแตะที่จมูก แล้วใช้ตามองสิครับ ผ่านไปซักพักจะรู้สึกปวดตาใช่ไหมครับ) นั่นแสดงถึงความไม่เป็นธรรมชาติ ดังนั้นการมองด้านข้างจะสบายตากว่าเยอะ
1.Headroom คือ ช่องว่างระหว่างหัวคนกับขอบจอด้านบน วิธีหา Headroom ที่เหมาะไม่ยาก! แต่ทำไงล่ะ ให้ดูที่ดวงตาควรอยู่ห่างจากขอบจอด้านบนลงมา 1/3 ของภาพ

2.Noseroom แปลแบบตรงๆก็ช่องว่างระหว่างจมูก แต่มันเป็นยังไงล่ะ ลองนึกภาพเป้าหมายของเรามองไปในทิศทางใดทางหนึ่ง (เอาเป็นว่า ไม่มองซ้ายก็มองขวาด้านเดียวนะครับ) ให้ทิ้งระยะห่างระหว่างจมูกกับขอบด้านใดด้านหนึ่งระยะ 2/3 ของภาพ
3.Walkingroom คือ เป้าหมายเคลื่อนที่ แต่ใช้หลักการคล้ายกับ Noseroom คือ ให้ทิ้งระยะห่างระหว่างตำแหน่งของคนกับขอบด้านใดด้านหนึ่งระยะ 2/3 ของภาพ
กฎสุดท้ายที่ต้องจดจำในเรื่องของ Framing คือ Diagonal Line มันใช้ยังไงกันนะ? ถ้าอยากถ่ายภาพให้มีมิติที่แสดงถึงความลึกต้องใช้กฎนี้ หากเราถ่ายภาพ iPad แบบนี้ จะเห็นว่ามันไม่มีมิติ(ความลึก) หรือ ก็เรียกว่า 2 มิตินั่นแหล่ะครับ
แล้วทำอย่างไรให้มีความลึกล่ะ? ง่ายๆครับ ตะแคง หรือ ทำให้มันเป็นเส้นทะแยงแบบนี้ก็จะสามารถมองเห็นความลึกได้
กฎนี้ใช้ถ่ายภาพอาคาร หรือ กล่อง จะได้เห็นถึงความลึกครับ
ผู้สื่อข่าวแต่ละคนมีพื้นฐานความรู้พื้นฐานที่ไม่เหมือนกัน การปรับพื้นฐานการทำงานให้เป็นหลักสากลจึงเป็นสิ่งที่จะช่วยให้การสื่อสารระหว่างกันจะมีความเข้าใจมากขึ้น เช่น การเรียนรู้เรื่องของประเภทของ Shot หรือ Type of shots แบ่งได้ 5 ประเภทดังนี้..
1.เรียกตาม "ขนาดภาพ"
1.1 Very Long Shot หรือ VLS ถ่ายระยะไกลมาก

1.2 Long Shot หรือ LS ถ่ายจะเห็นตั้งแต่หัวถึงเท้า

1.3 Medium Long Shot หรือ MLS

1.4 Medium Shot หรือ MS ภาพถ่ายครึ่งตัว

1.5 Medium Close Up หรือ MCU

1.6 Close Up หรือ CU ถ่ายตั้งแต่หัวถึงไหล่

1.7 ฺBig Close Up หรือ BCU

เทคนิคการจำ!... ให้จำแต่ Shot ที่เป็นตัวอักษรสีแดง คือ LS / MS / CU เป็น 3 Shot หลักเพราะแต่ Shot อื่นๆจะง่ายขึ้น (สังเกตว่า Shot อื่นๆจะอยู่บน หรือ ล่าง ของทั้ง 3 Shot นี้ทั้งสิ้น)
2.เรียกตาม "จำนวนคน"
ในภาพมี 2 คนเรียก Two Shot
ในภาพมี 3 คนเรียก Three Shot
ในภาพมี 4 คนเรียก Four Shot
ในภาพมีมากกว่า 4 คนเรียก Group Shot
3.เรียกตาม "มุมกล้อง"
3.1 Bird's eye view เป็นการถ่ายจากด้านบนลงมาตรงๆ เป็นภาพแทนสายตาของนกเวลามองวัตถุ สามารถถ่ายทอดความรู้สึกได้หลายอย่าง เช่น เป็นหดหู่ หรือ ดูต่ำต้อย บางทีก็ใช้ภาพมุมสูงเพื่อให้เห็นความอลังการของฉาก

3.2 High Angle เป็นการถ่ายภาพจากด้านบนทะแยงลงมา ภาพที่ได้เห็นจะกว้างไกล
เป็นการแนะนำสถานที่ใหม่ๆในรายการโทรทัศน์ ถ้าใช้ถ่ายบุคคล
จะได้ภาพที่ไม่สง่า ต่ำต้อย
การถ่ายภาพผู้แพ้ มักจะถ่ายด้วยมุมนี้

3.3 Eye Angle ภาพถ่ายระดับสายตา การตั้งกล้องถ่ายในระดับสายตาของผู้ถูกถ่าย
จะได้ภาพธรรมดาๆ

3.4 Low Angle ภาพถ่ายมุมเงย การตั้งกล้องถ่ายไว้ต่ำกว่าสิ่งที่ถูกถ่าย
ภาพที่ได้จะปรากฎมีความสำคัญ สง่าผ่าเผย มีอำนาจ
ใช้ถ่ายบุคคลสำคัญหรือสิ่งที่เคารพบูชา

3.5 Bottom Shot หรือ Warm Shot ถ่ายแบบติดดินเหมือนมุมมองของหนอน

4. เรียกตาม "ลักษณะการเคลื่อนของกล้อง"
4.1 กล้องอยู่ที่เดิมแต่หมุน ซ้าย-ขวา เรียก Pan
4.2 กล้องอยู่ที่เดิมแต่หมนุ ขึ้น-ลง เรียก Tilt Up - down
4.3 กล้องเคลื่อนที่จับตามเป้าหมายขนานไปกับพื้น เรียก Track
- ไปข้างหน้า Track In
- ไปข้างหลัง Track Out
- ไปซ้าย Track Left
- ไปขวา Track Right
ตัวอย่างการ Tracking
4.4 ถ้ากล้องเคลื่อนขึ้นลง เรียก Elevate Depress
- ถ้าเคลื่อนขึ้น เรียก Lift - Up
- ถ้าเคลื่อนลง เรียก Lift - Down
เวลากล้องถูกทำให้เคลื่อนที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ช่วยในการถ่ายทำ เพื่อให้ภาพมีความนิ่มนวลมากขึ้น เช่น ใช้ลิฟท์ หรือ บันไดเลื่อน
5.ซิวโด้ หรือ การใช้การ Zoom-in / Zoom-out
แต่ไม่แนะนำให้ใช้การ Zoom เพราะโดยธรรมชาติตาคน Zoom ไม่ได้ การ Zoom จึงไม่เป็นธรรมชาติ หากจะใช้ต้องมีเหตุผล เช่น ต้องการติดตามเป้าหมาย หากใช้ iPad ในการถ่่าย ยิ่งไม่แนะนำให้ใช้การ Zoom นะครับ เพราะจะทำให้ภาพแตก และลดความละเอียดของภาพลง
หลังจากเรียนรู้ทั้งหมดนี้ก็นำไปปฏิบัติครับ....
งานนี้ถ่ายด้วย iPad Air + โปรแกรม FilMic Pro และ ตัดต่อด้วย iMovie จะเห็นว่า มีอุปกรณ์ไม่กี่ชิ้นก็ถ่ายงาน หรือ ทำข่าว ได้แล้วครับ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น